[ข่าว] 8 ข้อ! ที่ควรรู้ก่อนเสริมหน้าอก

2020-0421 เรื่องความสวยความงามเป็นสิ่งสำคัญที่สาวๆในยุคนี้ให้ความสำคัญกันมากแบบขาดไม่ได้ วันนี้เราจะมาพูดคุยถึงเรื่องของการศัลยกรรมที่สาวๆนิยมทำกันมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ นั่นคือ “การเสริมหน้าอก” มาเช็คลิสต์กันก่อนว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่คนอยากเสริมหน้าอกควรรู้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและไม่ให้เกิดปัญหาตามมาหลังผ่าตัด เราไปไขข้อสงสัยเรื่องนี้กับคุณหมอหลุยส์ หรือ นพ.พลเดช สุวรรณอาภา ศัลยแพทย์เฉพาะทาง

1.แผลผ่าตัดควรอยู่ส่วนไหนดี?

จะเสริมหน้าอกแบบไหนก็ต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเป็นอันดับแรกนะครับ หมอขออธิบายก่อนว่า แผลจากการเสริมหน้าอกแบ่งออกเป็น 3 แห่ง ได้แก่ 1.ใต้รักแร้ 2.ใต้ราวนม และ 3.รอบปานนม โดยตำแหน่งของแผลก็คือทางเข้าที่เราจะนำซิลิโคนเข้าสู่ร่างกาย โดยแผลแต่ละแห่งก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ส่วนจะเลือกเสริมหน้าอกแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับร่างกายของคนไข้ที่ต้องให้ศัลยแพทย์เป็นผู้วินิจฉัยก่อนนะครับ

2.ประเภทของการเสริมหน้าอก มี 2 ประเภท ได้แก่

1.เหนือกล้ามเนื้อ เป็นการวางซิลิโคนไว้บนกล้ามเนื้อ ซึ่งข้อเสียคือ ในอนาคตหน้าอกอาจหย่อนคล้อยได้ง่าย แบบนี้จะเหมาะกับคนที่ต้องการไซส์ใหญ่ เพราะถ้าทำใต้กล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อจะบังแล้วขยายไม่ได้ ดังนั้นถ้าอยากให้ใหญ่ 400-500 CC แนะนำให้ทำเหนือกล้ามเนื้อเพราะจะยืดขยายได้เยอะ หากไม่กลัวเรื่องแตกลายก็จะได้ขนาดที่ใหญ่กว่า ซึ่งถือเป็นข้อดีของการใส่ซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อ

2.ใต้กล้ามเนื้อ เป็นการวางซิลิโคนลึกลงไปที่ใต้กล้ามเนื้อ ประเภทนี้จะสามารถให้นมลูกได้ตามปกติและไม่ทำให้หน้าอกหย่อนคล้อยด้วย ซึ่งหมอคิดว่าแบบนี้มีผลดีต่อรูปทรงของหน้าอกในอนาคตมากกว่าครับ

3.ประเภทของซิลิโคน มี 2 แบบ ได้แก่

1.แบบผิวเรียบ มีความนิ่มมากกว่า การดูแลหลังการผ่าตัดจะง่ายกว่า ช่วยลดโอกาสการเกิดริ้วคลื่นของซิลิโคน และลดการเกิดเลือดคั่งหรือน้ำเหลืองคั่งได้ดีกว่า และมีราคาถูกกว่า

2.แบบผิวทราย ลดโอกาสการเกิดเต้านมผิดรูปหรือเต้านมไหลหลุดจากทรง เพราะซิลิโคนแบบนี้จะสามารถยึดเกาะกับผิวได้ดีกว่า กรณีที่เสริมหน้าอกแบบเหนือกล้ามเนื้อ ซิลิโคนชนิดนี้จะช่วยลดการเกิดพังผืดได้ดีกว่า

แต่จากการวิจัยพบว่าในซิลิโคนทั้ง 2 แบบ สามารถก่อให้เกิดพังผืดขึ้นได้ไม่ต่างกันเลย

4.การรับประกันซิลิโคน

การจะเลือกใช้ซิลิโคนแบรนด์ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณของคุณสาวๆเอง แต่ควรเลือกแบรนด์ที่มีคุณภาพ ได้รับการรับรองทั้งจาก อย.ไทย และจากต่างประเทศด้วย หลังการผ่าตัดควรเรียกรับกล่องซิลิโคนพร้อมใบรับประกันที่มีเลขซีรี่ส์นัมเบอร์ ระบุชื่อคนไข้ วันผ่าตัด ชื่อแพทย์ และรายละเอียดต่างๆไว้เป็นหลักฐานการรับประกันว่าซิลิโคนที่ใช้เป็นของแท้ เป็นการป้องกันปัญหาการสลับสับเปลี่ยนซิลิโคนปลอมระหว่างการผ่าตัดด้วยนะครับ

5.ความเสี่ยงต่อการเกิดพังผืด

ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า ไม่ว่าเราจะใส่อะไรเข้าไปในร่างกาย ร่างกายก็จะสร้างเซลล์ขึ้นมาล้อมรอบสิ่งนั้นโดยอัตโนมัติ หรือที่เราเรียกกันว่า “พังผืด” โดยพังผืดบริเวณรอบเต้านมอาจเกิดขึ้นจาก 3 ปัจจัย ได้แก่

1.ศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด ผ่าดีหรือไม่ ถ้าผ่าแบบโหด ก็อาจก่อให้เกิดอาการเลือดคั่งและอักเสบ อนาคตอาจจะเป็นพังผืดได้

2.ความสะอาด เชื้อแบคทีเรียก็เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพังผืดได้เช่นกัน รวมถึงสถานที่และเครื่องมือผ่าตัด ควรสะอาด ถูกต้องตามหลักวิชาการ

3.วัสดุอุปกรณ์ ซิลิโคนควรเลือกใช้แบบที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ

ดังนั้น ถ้าอยากลดโอกาสการเกิดพังผืดก็ต้องเริ่มตั้งแต่การเลือกคลินิกหรือสถานที่เสริมหน้าอกกันเลย เพื่อลดความเสี่ยงของปัญหาระยะยาวที่จะเกิดขึ้นตามมา และไม่ควรเห็นแก่ของถูกหรือราคาที่จัดโปรโมชั่นแบบถูกเกินจริง

6.อันตราย! หากเสริมหน้าอกใหญ่เกินความเหมาะสม

หากเลือกเสริมหน้าอกด้วยไซส์ที่ใหญ่จนเกินไป อาจมีโอกาสเกิดภาวะหน้าอกแฝดหลังผ่าตัดได้ “หน้าอกแฝด” มักจะเกิดในคนไข้ที่ต้องการทำหน้าอกให้ใหญ่และชิดมากเกินไปจนร่องนมไหลมารวมกันทั้งหมด การแก้ไขต้องทำโดยศัลยแพทย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยการเย็บร่องนมใหม่จากด้านใน ซึ่งเป็นการได้ไม่คุ้มเสียเพราะแก้ไขให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมได้ยากมากครับ

7.แผลเป็นและคีลอยด์

การผ่าตัดด้วยเทคนิคใหม่จะช่วยให้ความยาวของแผลลดลง เลือดออกน้อยลง ส่วนการรักษารอยแผลเป็นไม่ให้เกิดคีลอยด์ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของคนไข้ในช่วงระยะแรก หลังผ่าตัดควรงดอาหารแสลงประมาณ 2 เดือน พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ยกของหนัก ไม่ออกกำลังกายหรือใช้แขนมากเกินไป และใช้ยาทาลดรอยแผลเป็นหรือใช้แผ่นซิลิโคนแปะสำหรับลดรอยแผลเป็นที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น หากยังไม่ดีขึ้นก็อาจมาพบศัลยแพทย์เพื่อทำการรักษารอยแผลที่นูนด้วยการทำเลเซอร์

8.การตรวจสอบรายชื่อศัลยแพทย์

การเลือกศัลยแพทย์ผู้ที่จะมาผ่าตัดให้เราเป็นสิ่งสำคัญมาก ควรทราบชื่อจริงและนามสกุลของศัลยแพทย์ที่เราจะทำการผ่าตัดด้วย เพื่อนำไปตรวจสอบจากฐานข้อมูลเว็บไซต์ของแพทยสภา หรือคลิกที่นี่ https://www.tmc.or.th/check_md/ ใส่ชื่อและนามสกุลของแพทย์ที่ต้องการตรวจสอบลงไป จากนั้นข้อมูลพร้อมรูปภาพจะปรากฏขึ้นมา